กีฬา

เจ้ายุโรป

    ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่สุดยอดมากๆ ของเรอัล มาดริด ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด 3 ครั้งติดต่อกันในยุคการคุมทีมของซีแนอดีน ซีดาน กุนซือคนเก่งชาวฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งพวกเขาครองความยิ่งใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในศึกลา ลีก้าสเปน เรอัล มาดริดจะสามารถคว้าแชมป์ได้เพียง 1 สมัยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ในฟุตบอลถ้วยยุโรปนั้นไม่มีทีมไหนสามารถปราบพวกเขาลงได้เลยแม้แต่ทีมเดียว

ซึ่งนอกจากที่ผลงานของทีมจะสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ หลังจากที่เอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ในงานประกาศรางวัลประจำปีของทางยูฟ่า ที่จัดขึ้นที่เมืองโมนาโกในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นพร้อมกับการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งการประกาศรางวัลในวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นค่ำคืนของทางเรอัล มาดริดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพวกเขาสามารถกวาดรางวัลมาครองได้ทั้งหมดในงานนั้น ซึ่งประกอบไปได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในแต่ละตำแหน่ง โดยรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูทีมชาติคอสตาริก้า ที่โชว์ฟอร์มได้เหนียวแน่นมากๆ โดยเฉพาะรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาผ่านบาเยิร์น มิวนิคมาได้สำเร็จ ส่วนกองหลังยอดเยี่ยมกตกเป็นของเซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีมนั่นเอง ที่เล่นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล

กองกลางยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของลูก้า โมดริช เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโครเอเชียที่พึ่งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งกองกลางวัย 32 ปียังได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของฤดูกาลที่แล้วด้วย และกองหน้ายอดเยี่ยมก็ตกเป็นของคริสเตียโน่ โรนัลโด้นั่นเอง ที่ถึงแม้ว่าจะย้ายทีมไปอยู่กับยูเวนตุสแล้วก็ตาม แต่รางวัลนี้เป็นผลงานที่เขาทำให้กับเรอัล มาดริดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยกองหน้าวัย 33 ปีเป็นดาวซัลโวของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย โดยสามารถทำไปได้ถึง 15 ประตูเลยทีเดียว นอกจากนั้นโรนัลโด้ยังเป็นเจ้าของรางวัลประตูยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย โดยเป็นประตูที่เขาจักรยานอากาศยิงใส่ยูเวนตุสในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฤดูกาลก่อนนั่นเอง

รางวัลทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ตกเป็นของนักเตะของเรอัล มาดริดทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการครองจ้าวยุโรปได้อย่างแท้จริงของทีม “ราชันย์ชุดขาว” แต่ฤดูกาลนี้อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้วก็ได้