กีฬา

สวนทาง

    ถึงแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลรายการใหญ่เลย หลังจากที่หมดยุคของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน กุนซือชาวสก็อตแลนด์ ที่สร้างตำนานไว้กับสโมสรอย่างมากมาย แต่หลังจากที่เขาวางมือจากการคุมทีมไป ก็ผ่านมากว่า 5 ฤดูกาลแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลรายการใหญ่อย่างแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกเลย จะมีแค่เพียงแชมป์ยูโรป้า ลีก และแชมป์ลีก คัพที่โชเซ่ มูรินโญ่พาทีมประสบความสำเร็จเท่านั้นในฤดูกาล 2016-2017 และหลุยส์ ฟาน กัลที่ทำทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในฤดูกาล 2015-2016 เท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเลย แต่ในทางกลับกันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังกลายเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดนิตยสารฟอร์บส์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านการเงิน และการลงทุน ก็ได้ทำการประเมินมูลค่าทีมกีฬาอีกครั้ง โดยคราวนี้ทีม “ปีศาจแดง” ก็มีมูลค่าทางการตลาดสูงขึ้นไปอีก ซึ่งกลายไปเป็นอันดับ 1 ของทีมกีฬาโลกร่วมกับดัลลัส คาวบอยส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลของเอ็นเอฟแอลแล้วด้วย ซึ่งมูลค่าพุ่งไปสูงถึง 4,800 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งมูลค่ามันเพิ่มมาจากในช่วงที่ตระกูลเกลเซอร์เทคโอเวอร์สโมสรเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ใช้เงินไปไม่ถึง 1,000 ล้านปอนด์ด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าในตอนนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตกเป็นข่าวว่ากำลังมีปัญหาบาดหมางกันในสโมสรอยู่เป็นประจำ แต่หุ้นของสโมสรในตลาดหุ้นที่นิวยอร์ค ก็ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นมีมูลค่าต่อหุ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ ซึ่งมันทำให้เห็นว่าแบรนด์ที่ชื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในด้านของการตลาด และความมั่นคง พวกเขายังได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนนี้ต้องยกเครดิตให้กับการบริหารงานของตระกูลเกลเซอร์ และที่สำคัญก็คือเอ็ด วู๊ดเวิร์ด รองประธานสโมสรฝ่ายบริหารงานนั่นเอง ที่เดินหน้าหาสปอนเซอร์เข้าสู่สโมสรได้ตลอด ถึงแม้ว่าทีมจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรก็ตาม

ซึ่งในส่วนนี้ถือว่าต้องแยกออกจากความสำเร็จของสโมสรด้วย ซึ่งช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีปัญหาในด้านของการซื้อขายนักเตะที่ไม่ได้มีคนมารับหน้าที่ดูแลในส่วนนี้โดยตรง ทำให้เอ็ด วู๊ดเวิร์ดต้องทำหน้าที่หนักเกินไป และไม่ใช่งานที่เขาถนัดด้วย ทำให้มีข่าวออกมาว่าทีม “ปีศาจแดง” กำลังพิจารณาที่จะแต่งตั้งผู้อำนวยการฟุตบอล และผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค มาทำหน้าที่ในการดูแลด้านฟุตบอลแทน ซึ่งสโมสรไม่เคยมีตำแหน่งพวกนี้มาก่อนเลยด้วย ทำให้อาจจะมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่หลังจากจบฤดูกาลนี้ก็เป็นได้ ซึ่งความสำเร็จด้านการตลาด กับความสำเร็จด้านฟุตบอลนั้นช่วงสวนทางกันเหลือเกินในตอนนี้