กีฬา

ยำใหญ่ที่คัมป์ นู

    ศึกลา ลีก้าสเปนสัปดาห์ที่ 3 ของฤดูกาล ก่อนที่จะมีการเบรคให้กับโปรแกรมทีมชาติทำศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกในช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีเกมหนึ่งที่เป็นการพบกันระหว่างบาร์เซโลน่าที่เปิดรังคัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนของฮูเอสก้า ทีมน้องใหม่ของลา ลีก้าสเปนในฤดูกาลนี้ หลังจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจบเป็นอันดับที่ 2 ของตารางได้สำเร็จ และเป็นการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรด้วย ซึ่ง 2 นัดแรกของพวกเขาในลา ลีก้าถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว เมื่อบุกเอาชนะเออิบาร์ได้ในนัดแรกของฤดูกาล 2-1 และนัดต่อมาตามตีเสมอแอตเลติก บิลเบาได้สำเร็จ 2-2 ทั้งๆ ที่พวกเขาตามหลังไปก่อนถึง 0-2 ในช่วงครึ่งหลังด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามการบุกไปเยือนแคว้นกาตาลุนญ่าครั้งนี้พวกเขาก็ถูกมองว่าเป็นรองทีมแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วอยู่หลายขุมเลยทีเดียว เพราะเจ้าถิ่นบาร์เซโลน่าจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามตามเดิม โดย 4 ประสานในแนวรุกอย่างลิโอเนล เมซี่ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ อุสมาน เดมเบเล่ และหลุยส์ ซัวเรซ ลงทำหน้าที่ตามเดิม

แต่เริ่มเกมได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น น้องใหม่อย่างฮูเอสก้ากลับสร้างเซอร์ไพรซ์ด้วยการบุกนำบาร์เซโลน่าก่อน 1-0 จากกูโช่ กองหน้าดาวรุ่งชาวโคลอมเบียของทีม ซึ่งประตูนี้เหมือนไปทำการกระตุกหนวดเสือของทางเจ้าถิ่นที่ทำให้บาร์เซโลน่าตื่น และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ใส่ทีมเยือนเป็นชุด และมาได้ 3 ประตูรวดจากลิโอเนล เมสซี่ หลุยส์ ซัวเรซ และการทำเข้าประตูตัวเองของนักเตะทีมเยือนอีก 1 ประตู แต่ฮูเอสก้าก็เหมือนจะไม่ยอม และไล่มาเป็น 2-3 ก่อนหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

แต่พอเริ่มครึ่งเวลาหลังมานั้นเป็นทางบาร์เซโลน่าที่ครองเกมได้แบบเบ็ดเสร็จ และจัดการยำใหญ่ใส่ทีมเยือน 5 ประตูรวด โดยไล่จากอุสมาน เดมเบเล่ ที่ทำประตูได้หลังจากเขี่ยบอลเริ่มครึ่งหลังมาเพียง 3 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นอิวาน ราคิติช ลิโอเนล เมสซี่ และฆอร์ดี้ อัลบาอีกคนละประตู และประตูสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่น่าประทับใจมากทีเดียว เมื่อบาร์เซโลน่าได้จุดโทษ ซึ่งปกติคนสังหารจะเป็นลิโอเนล เมสซี่เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งถ้าตัวรุกวัย 31 ปีเป็นคนยิงเองก็จะมีโอกาสให้เขาทำแฮตทริคได้ในนัดนี้ด้วย แต่เขาเลือกที่จะให้หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยเป็นคนยิงแทน ซึ่งถือว่าเป้นน้ำใจของเมสซี่ที่น่ายกย่องมากจริงๆ