กีฬา

การแก้เกมที่ผิดพลาด

    ก่อนศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 4 ของฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องบุกไปเยือนรังเทิร์ฟ มัวร์ของเบิร์นลี่ย์ ได้มีกระแสข่าวออกมามากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ของโชเซ่ มูรินโญ่ กับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่กำลังสั่นคลอนหากว่าเขาไม่สามารถพาทีมเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้ในนัดนั้น ซึ่งทำให้ถูกเป็นเป้าสายตาของแฟนฟุตบอลทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งเกมนั้นดูเหมือนว่าโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสจะเน้นเป็นพิเศษ และได้มีการเปลี่ยนระบบการเล่นอีกครั้ง โดยการเอามารูยาย เฟลไลนี่ กองกลางร่างโย่งลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่ของเฟร็ด กองกลางค่าตัวแพงชาวบราซิเลี่ยนที่ถูกดร็อปเป้นตัวสำรอง โดยกุนซือวัย 55 ปีสั่งการให้เฟลไลนี่ยืนปักหลักอยู่หน้าคู่ปราการหลังตัวกลางที่วันนั้นใช้วิคตอร์ ลินเดเลิฟจับคู่กับคริส สมอลลิ่ง ที่ซึ่งก็พึ่งจะพลาดกันมาในนัดที่ทีมแพ้ให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สนั่นเอง โดยมีเนมานย่า มาติช กับปอล ป็อกบาขยับขึ้นมายืนเป็นตัวสูงแทน ส่วนกองหน้า 3 คนเป็นทางอเล็กซิส ซานเชซ โรเมลู ลูกากู และเจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งช่วงครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำได้ดีทีเดียว ในการกดดันทีมเจ้าถิ่น และพวกเขาหาโอกาสในการทำประตูได้บ่อยครั้ง และมาได้ 2 ประตูจากโรเมลู ลูกากู ทำให้จบครึ่งแรกด้วยความผ่อนคลายหลังจกนำ 2-0

แต่พอครึ่งเวลาหลังไปได้ 15 นาที โชเซ่ มูรินโญ่ก็จัดการเปลี่ยนตัวทันที โดยเอาอเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลีที่วันนั้นเขาเล่นได้ดีมากคนหนึ่งออก และให้โอกาสกับมาร์คัส แรชฟอร์ดในการลงสนามบ้าง ซึ่งมีหลายคนวิเคราะห์ถึงเหตุผลว่าทำไมยอดกุนซือชาวโปรตุกีสถึงเปลี่ยนอเล็กซิสออก ซึ่งก็มีหลายคนที่มองว่ามูรินโญ่น่าจะกังวลที่ดาวเตะหมายเลข 7 โดนใบเหลืองมาก่อนหน้านี้ในช่วงครึ่งแรก ทำให้เขาเลือกที่จะเปลี่ยนตัวออกมาก่อน ซึ่งหากว่าเป็นเหตุผลนี้จริงก็ถือว่าโชเซ่ มูรินโญ่ ได้ทำการแก้เกมที่ผิพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักเตะที่เขาส่งลงสนามไปกลับไปเป็นคนโดนใบแดงเสียเอง และเป็นใบแดงโดยตรงด้วย โดยไปใช้ศรีษะดันหัวของฟิล บาร์สลี่ย์ แบ็คขวาตัวเก๋าของเจ้าถิ่น ทำให้ผู้ตัดสินไล่ออกทันที ทำให้เขาได้อยู่ในสนามได้เพียงแค่ 11 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการแก้เกมที่ผิดพลาดอย่างยิ่งของกุนซือทีม “ปีศาจแดง” แต่ยังดีที่การไล่ออกวันนั้นไม่ได้ส่งผลให้สกอร์มีการเปลี่ยนแปลงไป และยูในเต็ดยังสามารถเก็บชัยชนะได้อยู่ แต่หากไม่ชนะอาจจะมีเรื่องมากกว่านี้